ความแตกต่างของ KPI กับ OKR คืออะไร ?

สุธานิภา อิ่มจิตร
สุธานิภา อิ่มจิตร
10 มีนาคม 2021 10:04 น.
KPIs (key performance indicators) and OKRs (objective and key results) แตกต่างกันอย่างไร

คัดลอก URL เรียบร้อยแล้ว!

2 คำตอบ

  • OKR คือ รูปแบบในการ “ตั้งเป้าหมาย”  (Objective) และ“การกำหนดตัววัดผล” (Key Results) ในคราวเดียวกันแบบหนึ่ง พูดแบบสั้น ๆ ง่าย ๆ คือ O = What ส่วน KR = How การกำหนด KR ที่ทรงประสิทธิภาพได้แก่

    1.        สอดคล้องและทำให้ Objective บรรลุผลได้โดยตรง ใน objective หนึ่งเรื่องอาจจะมี Key result มากกว่า 1 ข้อก็ได้แต่ทุกข้อจะต้องมีส่วนทำให้ objective นั้นๆ สำเร็จ

    2.        KR ควรเลือกที่ท้าทายไม่ดูถูกความสามารถตนเองและทีมงาน กำหนด Objective ไปถึงดวงจันทร์แต่ทำ KR ว่าจะไปสูงสุดแค่หลังคาบ้าน ประเด็นนี้เป็นอะไรที่ท้าทายความสามารถของผู้บริหารและหัวหน้างานที่จะทำอย่างไรให้คนทำงานออกจาก comfort zone กล้าตั้งตัววัดผลสำเร็จที่ท้าทายมากขึ้น

    3.        ต้องคำนึงถึงวิธีดำเนินงาน วิธีปฏิบัติควบคู่ไปด้วยว่าตัววัดผลควรมีความชัดเจน ประยุกต์สู่วิธีการปฏิบัติได้จริง ชี้วัดได้ถูกต้อง

    4.        กำหนด KR แล้วควรคิดหาวิธีการในการเช็คประสิทธิภาพของ KR นั้น ๆ ด้วยว่าตอบโจทย์ Objective อยู่หรือไม่

    ซึ่งปัจจุบันก็มีเครื่องมืออื่นๆ มากมายในโลกนี้ที่สามารถนำมาใช้ได้และได้ผลดีด้วยนอกเหนือจาก OKR  เป็นที่ทราบกันว่าจริงๆ แล้ว OKR ไม่ใช่แนวคิดที่กำเนิดขึ้นมาใหม่ ก่อนหน้า OKR ก็มี MBO (Management by Objectives) แน่นอนว่าเครื่องมือทุกชิ้นล้วนมีข้อดีและมี Gap ของมัน ตัวอย่างที่ทำให้ OKR มีความโดดเด่นและพิเศษคือเรื่องราวของคนที่ใช้แล้วประสบผลสำเร็จ (ไม่ว่าจะเป็น Andrew Grove แห่ง Intel Corporation หรือ John Doerr ที่นำเอาหลักการนี้ไปแนะนำให้กับ Larry Page และ Sergey Brin ได้รู้จัก และเขาทั้งคู่ก็ได้นำเอา OKR มาใช้กับ Google) หากอ่านบทความหรือเรื่องราวเกี่ยวกับ Google ที่ประสบความสำเร็จกับการใช้ OKR แล้วเราจะพบความพิเศษของวิธีการใช้งาน OKR หลาย ๆ ประเด็นด้วยกันคือ 

    1.        Mindset ของคนที่นำ OKR ไปใช่ต้องมีพื้นฐานความเชื่อเรื่องกรอบความคิดที่ยืดหยุ่นหรือที่เราเรียกว่า Growth Mindset 
    2.        มีจิตวิญญาณของการรับผิดชอบผลลัพธ์ (Accountability) และรักษาคำมั่นสัญญา (Commitment)
    3.        มีใจเปิดกว้าง รับฟังความคิดเห็นทั้งด้านบวกและด้านลบ พร้อมปรับเปลี่ยนเพื่อสิ่งที่ดีขึ้น
    4.        ไม่กลัวความผิดพลาดล้มเหลว มองปัญหาคือการเรียนรู้ 
    5.        ตั้ง OKR เพื่อกระตุ้นให้อยากบรรลุมากกว่าตั้งเพื่อวัดผลสำเร็จ ประเด็นนี้มีส่วนสำคัญที่ทำให้ OKR ต่างจากเครื่องมืออื่นๆ

    จุดต่างสำคัญของ OKR และ KPI ที่สำคัญคือจุดเน้นของแต่ละเครื่องมือ คือ OKR จะเน้น mindset ในการตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย การลงมือทำถึงแม้ว่าอาจไม่สำเร็จตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ แต่เกิดการเรียนรู้และพัฒนาปรับปรุงอย่างต่เนื่องเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้นมนที่สุด ในขณะที่  KPI เน้นไปที่การวัดผล (KPI: Key Performance Indicator) ว่าเป็นไปตามเป้าที่วางไว้หรือห่างจากเป้าหมายในระดับใด สุดท้ายเชื่อมโยงผลการประเมิน KPI ไปสู่การให้เงินรางวัลและผลตอบแทน


    0

    คัดลอก URL เรียบร้อยแล้ว!

    ขอบคุณสำหรับข้อมูล

หากต้องการอ่านคำตอบทั้งหมด
กรุณาเข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก
(ใช้เวลาไม่นานในการสมัคร)

อันดับผู้ให้ข้อมูล